วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ผู้นำล้มเหลว : สาเหตุ

สาเหตุทีทำให้ผู้นำเป็นเลิศและล้มเหลว 
 
* สุเทพ ปาลสาร (งานแปล)




12 บทบาทที่สำคัญที่สุดของผู้นำที่มีประสิทธิผลสู่ความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่

ปัญหาหนึ่งของการจัดการศึกษาที่ไม่มีประสิทธิภาพซึ่งทุกคนถือว่าสำคัญที่สุด คือ การแสดงออกในบทบาทหน้าที่ของผู้นำหรือผู้บริหารสถานศึกษา ที่ไม่สมบูรณ์และชัดเจน ขาดการวิเคราะห์ภารกิจ ขาดความเอาใจใส่  ยิ่งกว่านั้น ผู้บริหารจำนวนหนึ่งไม่ใส่ใจที่จะบริหารในภาระหน้าที่ให้เกิดความสมบูรณ์หรือที่นักวิชาการมักจะพูดว่า มีประสิทธิภาพ (Efficiency)      และ มีประสิทธิผล (Effective)  ซึ่งจากผลการประเมินของ สมศ.รอบที่สอง(2549-2553) ชี้ได้ค่อนข้างชัดเจน ถึงเรื่องดังกล่าว ดังข้อความที่ยกมา สำหรับผู้บริหารต้องได้รับการพัฒนาเรื่องการบริหารวิชาการ โดยเฉพาะการบริหารสถานศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อบรรลุมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและเป้าหมายของสถานศึกษา (สมศ,2551)  แต่ถึงอย่างไรก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรที่ไม่ดีเสียไปหมด อย่างน้อย ๆ ในความไม่ดีหรือความไม่สมบูรณ์นั้นอาจจะเป็นบทเรียนให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ดีตรงนั้นก็ได้  ถ้าตราบใดเราได้สนใจที่จะทำความเข้าใจ  ในบทความนี้ผู้เขียน ได้ศึกษาบทบาทที่สำคัญที่สุดอย่างน้อย 12 บทบาทของผู้นำที่มีประสิทธิผลที่ทำให้ผู้นำเปลี่ยนเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ของ วาดิม โกเทลนิคอฟ   (Vadim Kotelnikov)  โดยเขากล่าวว่าผู้นำที่มีประสิทธิผล จะต้องแสดงบทบาทอย่างน้อย 3 ประการหลัก ๆ ดังนี้ คือ ประการแรก  คือ สร้างวิสัยทัศน์ที่มีพลังและใช้การนำด้วยการแสดงออกให้เห็นเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องเกิดความประทับใจ (Create an Inspiring Vision & Lead by Example) ประการที่สอง  การมอบอำนาจ การกระตุ้นส่งเสริม ให้ทุกคนเกิดพลังในการขับเคลื่อนการทำงาน(Empower, Inspire, and Energize People ) ประการที่สาม การสร้างและพัฒนาผู้นำทีมงาน (Build and Lead a Team)
ประการแรก  คือ สร้างวิสัยทัศน์ที่มีพลังและใช้การนำวิสัยทัศน์ด้วยการแสดงออกให้เห็นเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องเกิดความประทับใจ (Create an Inspiring Vision & Lead by Example)สร้างสรรค์จดจ่อมุ่งมั่นต่อวิสัยทัศน์ ด้วยการ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม  แสดงทิศทางและวิธีการสู่เป้าหมายอย่างเข้มแข็งและชัดเจน( วิสัยทัศน์ เป็นข้อความ  สั้น ๆ (statement)ที่แสดงถึง (intend) อะไรที่เป็นความต้องการขององค์กรในอนาคต)    วิสัยทัศน์เป็นการแสดงออกร่วมกันในภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ (commitment) ถึง 1) การสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง (outstanding) 2) การพัฒนาผลผลิตหรือการให้บริการสิ่งใหม่ ๆ 3) การพัฒนาให้องค์กรมีความโดดเด่น (Great  Company) 2.คิดวิธีการเปลี่ยนแปลง(Create change) นำด้วยการเปลี่ยนแปลง (lead change) การบริหารจัดการสิ่งที่เป็นแรงต้านเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (manage resistance to change)  3) มีวิธีการนำด้วยการทำให้เป็นแบบอย่าง (Lead by example) การอบรมสั่งสอนวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง (practice what you preach) ทำให้เกิดตัวอย่างที่ดี (set an example) และ การจัดการกับความเสี่ยงหรือความทุกข์ยาก( share risks or hardship) 4) พิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมั่น (Demonstrate confidence) การเป็นผู้ได้รับชัยชนะที่เกิดด้วยการเคารพและความเชื่อถือศรัทธา โดยปราศจากการนิยมชมชอบหรือความรักส่วนตัว (win respect and trust without courting popularity)
ประการที่สอง  การมอบอำนาจ (Empower การสร้างแรงบันดาลใจ ( Inspire ) ให้ทุกคนเกิดพลังในการขับเคลื่อนการทำงาน(Energize People ) ด้วยการ  5) เป็นผู้มีความกระตือรือร้น (Be enthusiastic) เป็นผู้กระตุ้น (inspire )and ทำให้ทุกคนเกิดพลังในการทำงาน (energize people)สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมในการทำงานที่เป็นบวก (create a positive work environment) 6)มอบอำนาจให้ทุกคน (Empower people)  มีผู้ทำการแทน  (delegate authority) เป็นผู้เริ่มต้นให้เกิดแนวความคิด (be open to ideas) สร้างความศรัทธาและยอมรับในความสามารถของผู้อื่น(have faith in the creativity of others) 7) สื่อสารด้วยความเปิดเผยตรงไปตรงมาและด้วยความซื่อสัตย์จริงใจ(Communicate openly and honestly) ให้แนวทางที่ชัดเจนในการทำงาน (give clear guidelines)กำหนดสิ่งที่คาดหวังให้ชัดเจน (set clear expectations) 8) มีความเห็นอกเห็นใจ(Empathize) เป็นผู้มีความเต็มใจสำหรับการอภิปรายหรือการสนทนาแลกเปลี่ยนและการแก้ไขปัญหา (be willing to discuss and solve problems) ตั้งใจฟังด้วยความเข้าใจ (listen with understanding)จากนั้นก็ให้ความสนับสนุนช่วยเหลือ ( support and help)

ประการที่สาม การสร้างและพัฒนาผู้นำทีมงาน (Build and Lead a Team) ประกอบด้วย 9)ใช้จัดการทีมเพื่อไปสู่จุดหมาย(Use team approach) อำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกัน (facilitate cooperation) ให้ทุกคนมีส่วนร่วม (involve everyone) สร้างความไว้วางใจให้กลุ่ม(trust your group) ไว้ใจกับการตัดสินใจของเขา(rely on their judgment) 10) นำสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ด้านนอกมาสู่พนักงาน (Bring out the best in your people) มีการติดต่อสื่อสารกันทุก  ๆ วัน (have common touch with them) แนะนำและสะท้อนกลับสิ่งที่มีประสิทธิภาพ( coach and provide effective feedback) 11) ให้กลุ่มมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Permit group decision)  การช่วยเหลือให้ทีมงานเข้าถึงการตัดสินใจในสิ่งที่ดีกว่า (help your team reach better decisions) 12.ใช้กระบวนการนิเทศ กำกับ ติดตาม แต่ไม่หยุมหยิม (Monitor progress) but don't micromanage,ใช้ความเป็นผู้นำเพื่อสร้างทีม lead your team) หลีกเลี่ยงการควบคุมจัดการแบบปิด( avoid close supervision) ไม่คลอบงำหัวหน้า (do not over boss) ; ไม่ใช้วิธีการควบคุมสั่งการ (do not dictate) ใช้ทีมเพื่อการประเมินตนเอง  (lead team self-assessment )

สาเหตุของความล้มเหลวของผู้บริหาร
            ผู้บริหารบางครั้งก็รู้สึกท้อแท้และเหนื่อยหน่ายกับภาระงานที่มากมายมากล้น โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งวัน ๆ  ก็ขลุกอยู่กับภารกิจที่ทำแล้วทำอีกไม่มีที่สิ้นสุด ทุ่มเททำงานอย่างหนักที่โรงเรียนแล้วก็ยังไม่พอ ต้องประสานงานกับผู้บังคับบัญชา ประสานงานกับผู้ปกครองหรือชุมชน  ตลอดจนต้องเข้าร่วมกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อแสวงหาซึ่งความร่วมมือ จนบางครั้งก็พยายามถามตนเองว่า ทำแล้วได้อะไร  ขณะเดียวกันความสำเร็จและความล้มเหลวที่แท้จริงนั่นคืออะไร ความสุขอยู่ตรงไหน อะไร คือ ความพอดีและอะไรคือสิ่งที่ทุกคนพึงพอใจ คำถามเหล่านี้ส่งผลต่อ ความท้อแท้ บางครั้งถึงกับทำให้ผู้บริหารจำนวนหนึ่งต้องเปลี่ยนบทบาทหน้าที่  ในทางตรงกันข้ามก็มีผู้บริหารอีกจำนวนมากที่ต้องอดทนต่อพลังต้าน ปัญหาอุปสรรค ต่างๆอย่างเข้มแข็ง โดยเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จในเป้าหมายที่วางไว้ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ  จนบางครั้งไม่พยายามทบทวนหรือประเมินสถานการณ์ที่เป็นอยู่ว่าล้มเหลวหรือประสบผลสำเร็จ มุ่งแต่ทำงานลูกเดียว ที่นักวิชาการเรียกว่ามุ่งแต่งาน จนลืมนึกถึงสภาพแวดล้อม  ลักษณะดังที่ยกมานี้ก็มี ริชาร์ด เดนนี่ Richard Denny (2552) ได้เขียนบทความเกี่ยวกับ 12 หลักที่เป็นสาเหตุของความล้มเหลวของผู้บริหาร โดยเขากล่าวว่า ประเด็นแรก คือ การเป็นผู้ไร้ซึ่งความรู้ความสามารถ (Inability) ในการแยกแยะ การสังเคราะห์รายละเอียดหรือการจัดการระบบ  ดังนั้น ถ้ายอมรับในความไร้ซึ่งความสามารถนี้ก็จะทำให้การทำงานเกิดความมีประสิทธิภาพ  ประเด็นที่สอง  ไม่เต็มใจ (Unwillingness) ที่จะทำงานร่วมกับหรือการพูดคุยซักถามกับผู้อื่นว่าเขาต้องการอะไรยังไงหรือไม่เมื่อมีโอกาส ประเด็นที่สาม (Expectation of pay)สนในและคาดหวังอะไรคือสิ่งที่เขาทั้งหลายจะต้องรู้แทนที่จะคาดหวังว่าอะไรเป็นสิ่งที่เขาทั้งหลายจะต้องทำ ประเด็นที่สี่ เกิดความกลัว (Fear of competition) ที่จะต้องแข่งขันกับบุคคลอื่น ประเด็นที่ห้า (Lack of creative thinking) ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และในการกำหนดเป้าหมายและการวางแผน  ประเด็นที่หก ยึดตนเองเป็นใหญ่ (The "I" syndrome) แทนที่จะให้เกียรติกับทุกคนทั้งหมดเพื่อความสำเร็จของทีมงานในองค์กร  ประเด็นที่เจ็ด ขาดความเมตตา(indulgence)  ขาดความอดทนอดกลั้น ขาดขวัญและกำลังใจ ประเด็นที่แปดขาดความจงรักภักดี (Disloyalty) กับเพื่อร่วมงาน ผลลัพธ์สุดท้ายคือการสูญสิ้นของความเคารพนับถือ ประเด็นที่เก้าใช้อำนาจมากเกินไปจะใช้ภาวะผู้นำด้วยการทำให้เกิดความกลัว มากกว่าการให้การสนับสนุนส่งเสริม ประเด็นที่สิบให้ความสำคัญกับประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ แทนที่จะให้ความรู้และทักษะด้านวิชาการประเด็นแรกประเด็นสิบเอ็ดขาดการทำความเข้าใจกับสิ่งที่จะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีหรือสภาพแวดล้อมที่เป็นลบ  ประเด็นสิบสอง ขาดความรู้สึกที่เป็นส่วนรวม  ขาดการเป็นผู้มีจิตใจที่ยอดเยี่ยมวิเศษ เป็นผู้มีหัวรุนแรง (ultra) แต่ไม่ทำในสิ่งที่ดี ๆ ให้เกิดขึ้น


แหล่งอ้างอิง
Vadim Kotelnikov (2552). 12  Master  12   Effective   Leadership Roles To Become a 
           Greater Leader.
Retrieved June 11,  2010,   from  http://www.fun4
              biz.com/coach/coach/leadership 12 roles  vk.html.
Richard Denny. (2552). 12  cause of fail leadership. Retrieved June 11,  2010,
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (2551).  ข้อเสนอแนะ ต่อการพัฒนา
           คุณภาพมาตรฐานการจัดการศึกษา
 3 ระดับ
.
พิมพ์ครั้งที่ 2